Chulaluk's profileKratae's WorldPhotosBlogListsMore Tools Help

Kratae's World

ความคิดของฉัน... เสียงของฉัน......โลกของฉัน

Chulaluk P.

Occupation
Location
Interests
จะเรียนป.โทแล้วนะจ๊ะ คริคริคริ
.. มันน่าดีใจหรือว่าน่าเศร้าว่ะ
เอาวะ Fighting!
June 06

คลิปที่ฉันดูบ่อยๆ

 
ดูสิ จะเปิดเทอมวันจันทร์แล้วยังไม่กระตือรือร้นอะไรเลย
ลองมาคิดๆดู ตลอดเวลาที่ปิดเทอม อยู่คนเดียวที่บ้านในเมืองใหญ่ วันๆทำอะไรบ้างเนี่ย
นั่งอ่านฟิค เล่นบอร์ด เล่นเอ็ม นั่งวาดรูป อ่านนิยาย
 
แทนที่ปิดเทอมจะนอนเยอะๆ ให้สมกับที่อดตาหลับขับตานอนตอนที่งานเยอะโฮกสมัยเรียน แต่.. ไปๆมาๆ บางทีนอนหกโมง เจ็ดโมง ตอนกลางคืนดันไม่หลับไม่นอนซะงั้น
ตอนกลางคืนทำอะไรน่ะเหรอ?
ถ้าไม่คุยกับเพื่อน ก็นั่งวาดรูป หรือไม่ก็อ่านฟิค มันติดพันไม่หลับไม่นอนซะงั้น
ว่างๆบางที ค้นหาคลิปเพลงเก่าๆ หรืออะไรที่หนุกๆมาดู
 
คลิปที่ดูบ่อยช่วงนี้เป็นของ 2pm หึ หึ ฉันขอประกาศตนเป็นแม่ยก 2pm อย่างเป็นทางการ
 
  
 
คลิปอย่างที่สอง นั่งดูหนังผ่าน Youtube
หนังเก่าๆน่ะ อย่างซือกง.. (มีลงแค่สองตอน) หรือ Notthing Hill เน้นหนักที่หนังที่เคยดูแล้ว มันดูรู้เรื่องน่ะ เพราะมันไม่มี Sub
เมื่อคืนนั่งดู Forrest Gump ซะตีสี่
 
   
 
เป็นหนังที่ดูทีไรก็น้ำตาซึมทุกทีเลยนะ
ฉันอยากนั่งคุยกับฟรอเรสจริงๆ อยากรู้ว่าเขามองโลกยังไง.. มันท่าจะสวยงามไร้ที่ติล่ะมั้ง บางทีคนที่ไม่ค่อยฉลาดนักแต่มองโลกในแง่ดี ยังดีกว่าคนฉลาดแต่มองโลกในแง่ร้ายติดลบ จริงป่ะ?
แต่คลิปฮาๆ ที่นั่งดูแล้วแบบ กลิ้งรอบห้องหลายตลบ ต้อง
 
 
เจ๊แอลลี่จาก seoulbeats ฮามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ฉันนั่งหัวเราะจนน้ำตาเล็ด โฮก เจ๊! เจ๊ทำอย่างที่ฉันทำเด๊ะๆ ใช่เลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
อ๋า... จะเปิดเทอมแล้วววววววววววว
 
ps. ฉันเป็นanti fan ของ shinee ดีป่ะ? เห็นคอมเม้มท์ของพวก shinee's wold บางคนที่เม้มท์บทความ 2pm แล้วหยะแหยงชะมัด พวกแฟนๆสารเลวมันทำให้ศิลปินเสียไปเลยนะเนี่ย ไร้มารยาทและสถุนสิ้นดี
.. แต่ด้วยเราเป็นคนดีกว่านั้น อย่าเลย.. ฮ่าๆ
June 02

วันว่างๆกับแม่นางแซ่อู่

จริงๆแล้วมันมาจากบทสนทนาสั้นๆใน msn
 
"หา? ใครว่าฉันชอบประวัติศาสตร์จีนแล้วจะชอบขงจื้อ? หา?"
 
ปรัชญาขงจื้อเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง แต่ช่วงรอยต่อระหว่างยุคชุนชิว-จ้านกั๋ว อันเป็นช่วงเวลาที่ก่อให้เกิดสำนักปราญ์ที่สำคัญของจีน 4 สำนัก อันได้แก่ ขงจื้อ ม่อ ฝ่าเจีย และเต๋า สำนักที่ฉันออกจะตะขิดตะข่วงใจมากที่สุด ก็คือ สำนักขงจื้อ 
เพราะงั้น บุคคลในประวัติศาสตร์ที่ฉันออกจะชื่นชอบมากที่สุด แน่นอนก็ต้องเป็นบุคคลที่ต่อต้านและแหกคอกคำสอนของขงจื้อนั่นแล
 
แม่นางแซ่อู่ ในยุคจักรพรรดิถังไท่จง ปฐมกษัตริย์ต้นราชวงศ์ถัง
 
แม่นางแซ่อู่ผู้นี้ ชื่อ จ้าว เป็นนางสนมชั้นสองของกษัตริย์ไท่จง ก่อนเข้าวังเป็นเพียงลูกสาวพ่อค้าธรรดา ได้เข้าวังตอนอายุ 14 ก็ได้รับฉายาว่า "เหม่ยเนียง" แปลว่าหญิงงาม เท่านี้ก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่านางน่ะ หน้าตาเลิศเลอขนาดไหน ต่อมา เมื่ออายุ 24 ก็ได้ติดพันเจ้าชายหลี่จื่อ เจ้าชายหนุ่มอายุ 22 ซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงรัชทายาท แต่ก็ติดต่อกันได้ไม่นานจักรพรรดิถังไท่จงก็สวรรคต ทำให้สนมทั้งหลายต้องเข้าวัดบวชชี อู่เหม่ยเหนียงก็ไม่เว้น นางไปเป็นชีได้สองปี ก็ได้พบกับหลี่จื่อ ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเกาจง องค์จักรพรรดิจึงรับตัวนางออกจากวัด และตั้งนางเป็นสนมเอก และต่อมาก็เป็นมเหสี ออกว่าราชการแทนพระสวามีที่อ่อนแอ่และไร้ความสามารถ ต่อมา นางก็ได้เป็นฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวของจีน พระนาม "อู๋เจ๋อเทียน" หรือ "บูเซ็กเทียน" ที่คนไทยรู้จักกันนั่นแล
 
บอกตามตรงนะ ถ้าอ่านประวัติศาสตร์จีนกี่เล่มๆ ร้อยทั้งร้อยก็ล้วนมีรายละเอียดความเหี้ยมโหดของพระนาง ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือที่พระนางฆ่าลูกสาวคนแรกของตัวเองเพื่อใส่ความพระมเหสีองค์แรกของจักรพรรดิเกาจง ถอดยศลูกชาย กักขังลูกชาย ฆ่าคนนับพันที่เป็นปฏิปักษ์ สังหารโหดขุนนางและเหล่าผู้ต่อต้าน เอาญาติตัวเองขึ้นเป็นขุนนาง ทั้งหลายทั้งปวงความชั่วร้ายถูกบรรยายมากกว่าความดี
 
ทั้งที่ความดีของพระนางมีมากมาย ทั้งการปรับปรุงที่ดินและการเกษตร การสอบคัดเลือกคนมีความสามารถเข้าสู่ราชสำนัก การป้องกันชายแดน การขยายอาณาจักรสู่โกกุเรียว  ว่ากันว่าแผ่นดินจีนภายใต้พระนางเป็นยุคที่รุ่งเรื่องมากที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน
 
แต่แน่นอนล่ะ เรื่องโหดร้ายกลับถูกบรรยายมากกว่าเรื่องดีๆ ไหงงั้นอ่ะ?
ตามความเห็นของฉัน ก็เพราะนักประวัติศาสตร์สมัยนั้น (และอาจจะสมัยนี้) มีหัวอนุรักษ์ และยังคงคำสอนของขงจื้อ ว่าด้วยหน้าที่ของบุคคลในสังคมที่ต้องปฏบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่อาจละเลยได้
 
ว่าง่ายๆ ใครเป็นอะไร ก็ควรจะทำหน้านี้นั้นให้ถูกต้อง ขันแข็ง และมุ่งมั่น ดังนั้นจึงจะเกิดสังคมที่ดี
 
.... แล้วมันผิดตรงไหนเหรอ?
มันก็ผิด(อย่างน้อยฉันก็คิดว่ามันผิด)ตรงที่ (เขาว่ากันว่า) หน้าที่ของหญิงนั้น เป็นหน้าที่ที่ไม่อาจเทียบชายได้
 
ขงจื้อมองว่า หญิงสูงชายต่ำ เป็นเรื่องธรรมดาของสังคม หญิงนั้นเมื่อก่อนแต่งงานก็ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ หลังแต่งงานต้องเชื่อฟังสามี และเมื่อสิ้นสามี ก็ต้องเชื่อฟังลูกชาย
สิ่งเหล่านี้เป็นอื่นไปไม่ได้เป็นอันขาด
 
หญิงที่ทำหน้าที่ล้ำหน้าชาย ทำหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่ตน ริอาจทำหน้าที่ผิดเพศกำเนิด นั่นจึงเรียกว่า "ไก่ตัวเมียโก่งคอขัน" มันจะไปเพราะเสนาะหูดังเช่นไก่ตัวผู้ขันได้อย่างไร?
 
...... อู๊ยยยยยย จี๊ด ค่ะ จี๊ด...
 
ช่วงนี้มีเวลาว่าง เลยนั่นดูบูเช็กเทียนที่จมอยู่ใต้กองฝุ่นตั้งนาน และเมื่อได้ดู ก็ถูกใจกับประโยชน์หนึ่งของแม่นางแซ่อู่ยิ่งนัก
"ในสภาพที่บีบหญิงให้ต่ำกว่าชายเช่นนี้ หากข้าไม่พยุงตัวให้เหนือชาย ด้วยการทำตัวให้เหี้ยมโหดกว่าชายเหล่าร้อยเท่านัก แล้วชายไหนเลยจะยอมสยบให้ข้า"
อู๊ยยย ตบเข่าฉากเลยเจ้าค่ะ
ความเหี้ยมโหดของอู๋เจ๋อเทียน เกิดขึ้นก็เพราะสังคมบีบบังคับ ภายใต้สภาพการณ์ที่หากละทิ้งตำแหน่ง แผ่นดินก็ตกอยู่ใต้จักรพรรดิที่อ่อนแอ่ หากไม่ทำตัวให้เหี้ยมหาญ ตนเองก็จะถูกฆ่าเอาง่ายๆ เสาหลักของบัลลังค์ถังที่เพิ่งก่อตั้ง ก็จะล่มสลายเอาง่ายๆเพราะไม่มีคนที่มีความสามารถเท่ากับจักรพรรดถังไท่จงผู้บุกเบิกแผ่นดินถัง
 
เรื่องที่เอาญาติตัวเองขึ้นเป็นขุนนาง อันนี้ฉันเคยได้ยินท่านแม่ถกกับอาผู้หนึ่ง
 
"เรื่องเล่นพรรคเล่นพวก มันจะไปเลี่ยงได้ยังไงกันล่ะพี่?" ท่านอาถอนหายใจ
"อย่างน้อย ถ้าเป็นงานสำคัญ พื้นฐานของการแจกงาน ก็คือต้องเข้าใจบุคคลที่จะรับงานนั้นอย่างดี รู้ถึงความสามารถนั้น ถึงจะมอบงานที่เหมาะสมให้ เพราะงั้น เราจะรู้ได้ยังไงว่าลูกน้องแต่ละคนมีความสามารถขนาดไหน นอกจากเสียว่าเราจะรู้จักลูกน้องพวกนั้นมานาน ในอีกแง่หนึ่ง ถ้าเป็นญาติเรา เราก็รู้ความสามารถพวกเขาดี รวมทั้งนิสัยการทำงานด้วย นั่นมันทำให้เราแจกงานได้อย่างมั่นใจ"
"ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเป็นงานสำคัญที่มีคู่แข่งเยะแยะมากมาย งานสำคัญนั้นก็ต้องมอบให้คนที่ไว้ใจได้ แน่ใจว่าไม่ทรยศกัน แล้วใครจะไปดีกว่าคนที่มีสายเลือดเดียวกับเราล่ะ?"
"เพราะงั้นก็เล่นพรรคเล่นพวกน่ะ ถึงจะไม่มีเจตนาคดโกง แต่มันก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
 
เห็นด้วยสุดๆเลย
 
ฉันเห็นว่า ตราบใดที่พรรคพวกของเราเป็นคนดี มันก็น่าจะเล่นพรรคเล่นพวก มากกว่าจะทำงานกับคนที่ไม่รู้อุปนัสยใจคอ และไม่รู้ฝีมืออีกนะ
พูดง่ายๆก็คือ เลือกคนที่จะทำงาน ไม่จำเป็นต้องดูที่สายเลือด แต่ดูที่ความสามารถและความน่าเชื่อถือได้มากกว่า
 
คำพูดของอู๋เจ๋อเทียนประโยชน์หนึ่ง ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกคนเข้าทำงานที่ความสามารถ
มีอยู่ช่วงหนึ่ง กบฎต่อต้านพระนางผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หลอปินหวาง หนึ่งในผู้นำกบฏเขียนประกาศประนามพระนางติดทั่วเมืองหลวง พอทหารนำประกาศนั้นไปให้พระนางอู่ทอดพระเนตร พระนางอู๋เจ๋อเทียนก็อุทานด้วยความตื่นเต้นว่า
"เขียนได้ยอดไปเลย!"
เมื่อสอบถามจนรู้ว่าใครเขียนแล้ว พระนางก็ถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า "เป็นความผิดของเสนาบดีของฉันแท้ๆ คนที่เขียนหนังสือดีเช่นนี้ถึงถูกมองข้ามไป ข้าราชการควรจะมีความดีๆอย่างนี้ไว้ใช้"
นี่คือตัวอย่างของการเลือกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต่อต้านตนเองหรือสนับสนุนตนเองก็ตาม หากเป็นคนมีความสามรถ พระนางอู๋ก็ต้องการนำมาใช้ทั้งนั้น เหมือนกันคำพูดของเติ้งเสี่ยวผิง ที่ว่า "แมวสีไหนไม่สำคัญ ขอเพียงมันจับหนูได้เท่านั้นพอ"
 
ประเพณีและทัศนคติของคนทำให้หญิงที่เป็นใหญ่จำเป็นต้องโหดร้าย ขนบธรรมเนียมของมนุษย์ทำให้มนุษย์ด้วยกันปิดกั้นความสามารถของมนุษย์ด้วยกัน แล้วอย่างนี้จะทำให้สังคมพัฒนาได้ยังไง?
ตามความคิดของฉัน ขนบไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ประเพณีไม่ใช่เรื่องควรทำลาย แต่ควรคัดเลือกและตราวจตรา คัดสรรเพื่อนำมาใช้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ เหล่านี้จึงจะเป็นการเลือกใช้ภูมิปัญญาของบรรพชนที่ถูกต้อง
 
 
ว่ากันว่าการปกครองของอู๋เจ๋อเทียนแม้จะโหดร้าย แต่ก็ดีเยี่ยมและพัฒนาต้าถังให้ก้าวไกล มีความสงบสุขมากกว่าฮ่องเต้หลายๆองค์ที่เป็นชายแท้ซะอีก
 
 
หลิวเสี่ยวชิ่ง  เล่นเป็นอู๋เจ๋อเทียน หรือ บูเช็กเทียน ไม่น่าเชื่อว่าน้าคนนนี้อายุ  57 แล้ว หน้าใสเด้งเนียนจนน่าอิจฉา เนอะ?
May 29

เอ็นจอยกับวันว่างๆ

แหม... ตอนนี้ฉันล่ะ ว่างจริงๆเลย.. คริคริคริ
 
เวลาว่างก็นั่งวาดรูปไปเรื่อยๆ อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ชอบจริงๆจังๆเลยนะ เวลาว่างๆเนี่ย ไม่อยากเปิดเทอมเลย
 
แต่จริงๆแล้ว มาคิดอีกที อยากเปิดอยู่เหมือนกันนะ อย่างที่ว่า ทุกอย่างมีด้านที่สนุกแล้วก็ไม่สนุกทั้งนั้น มันมีแต่สนุกน้อยหรือสนุกมากเท่านั้นแหละ ฉันซึ่งไม่ชอบคนเยอะๆ แต่เวลาไปเที่ยวบ้านปู่ซึ่งมีคนเยอะมากกกกกกกกกก ก็ยังหาเรื่องสนุกๆในความน่ารำคาญเหล่านั้นได้ เพราะงั้นถ้าจะไปก็ไม่มีปัญหา
 
ตอนนี้บางช่วงก็เลยคิดว่า เปิดเทอมก็ดีเหมือนกันเนอะ เวลาที่งานเยอะจนอ้วกน่ะ พองานเสร็จแล้วคะแนนออกมาดีกว่าที่คิด มันช่าง.. อ่า.. สนุกชะมัดเลย
 
วันนี้ก็นั่งวาดรูปอีกแล้ว
 
 
 
จริงๆหนึ่งในนิสัยไม่ดีหลายๆอย่างของฉันเนี่ย มีอยู่อย่างหนึ่งที่มันแย่อยู่นิดๆ คริคริ
คือ เวลาที่เห็นคน แม้จะเป็นเพื่อนตัวเองก็เหอะ วาดรูปออกมา แล้วเอารูปนั้นมาโชว์ หรือมีคนชม ซึ่งรูปพวกนั้น มันไม่ได้สวยอะไรเลยในสายตาฉันอ่ะนะ พูดตรงๆก็คือ รูปมันห่วยว่ะ
นั่นก็คือ ถ้าฉันวาด แฮ่ม .. มันจะออกมาดีกว่านั้นแหงๆ
เพราะงั้น ในขณะที่คนอื่นเขาชม ฉันก็จะ..ยังไงวะ? ชมไม่ออก ได้แต่พยักหน้าหงึกๆหงักๆแล้วก็ยิ้มๆแล้วบอกว่า "สวยจ๊ะ"
แต่ความในใจก็คือ... "แค่เนี๊ยะ! ชมกันไปได้ไงวะ!ไม่เห็นสวยเลย เอามาอวดกันอยู่ได้"
คือ มันชมกันทำไมในเมื่อเห็นๆอยู่ว่ามันไม่ได้สวยดีเด่อะไรเลย ถ้าฉันวาดได้แค่นั้นฉันจะไม่เอาออกมาให้ประชาชนยลโฉมเลยให้ตายเหอะ คือ แค่เป็นเพื่อนกันเท่านั้นถึงได้ชมกันเหรอ? มันจะยอกันไปถึงไหนวะ? ไม่เข้าใจ เพราะเป็นเพื่อนกัน เพื่อนทำอะไรก็ต้องชมเหรอ? แหวะ... มนุษย์เอ๊ยยยย
แล้วก็เกิดอาการคัดไม้คัดมือ อยากจะวาดออกมาบ้าง ตอกหน้าไอ้พวกที่วาดห่วยๆแต่ดันมีคนชม ฮ่าๆ
.... แต่มันจะเป็นการเปิดเผยนิสัยแย่ๆมากเกินไป ฮ่าๆๆๆ สวยใหญ่เลยไม่ได้วาด
 
จริงๆแล้วไอ้เรื่องวาดรูปเนี่ย มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายในชีวิตเหมือนกันนะ
หลายคนที่เห็นรูปของฉันนั้น ก็บอกว่า "ทำไมไม่เรียนพวกวาดรูปล่ะ? ทำไมไม่ไปวาดการ์ตูนล่ะ?" (ซึ่งฉันวาดสวยกว่าพวกเขานิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าฉันวาดรูปสวยเลิศเลอนะ)
แต่ในความเป็นจริง มันก็ไม่ได้ ใช่มั้ยล่ะ? เพราะฉันรู้ดีว่าแค่วาดเป็นบ้างนิดๆหน่อยๆ จะเอาฝีมือเท่าหางอึ่งพวกนี้ไปหากิน มันก็เป็นความฝันที่เกินตัวเกินไปล่ะ
เพราะงั้น วาดรูป มันก็แค่งานอดิเรกเท่านั้น
 
ที่สมัยมัธยม หลายๆคนรู้จักฉัน ก็จะรู้ว่าฉันวาดรูปได้บ้าง แต่พอมาอยู่มหาลัย ไม่ค่อยมีคนรู้เลยว่าฉันวาดรูปได้
รูปที่วาดไว้ก็จมอยู่ในสมุดสเก็ต คอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็สมุดวาดภาพ ไม่ค่อยมีคนเห็น
 
มันเป็นพรสวรรค์นิดๆหน่อยๆที่ไร้ประโยชน์ แล้วก็น่าเสียดายอย่างยิ่งยวดที่ไม่ได้ใช้
มีไปก็รังแต่จะให้เสียใจว่าไร้ประโยชน์ เก็บงำไว้ก้นบึ้งใต้ชั้นหนังสือเท่านั้นแหละ
May 27

รูปวาดของฉันไปโผล่ในเวปเกาหลี!!!

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
 
ในที่สุด!!!!!!!
 
คริคริคริคริคริคริ
 
รูปวาดของฉันที่โพสไว้ใน soompi มันก็ไปโผล่ในforumเกาหลีค่ะคู๊นนนนนนนนนน
 
ว่ะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
หลักฐานค่ะคุณ หลักฐาน
 
คริคริคริคริคริคริคริคริคริคริ
 
โกอินเตอร์แล้วค่ะคู๊นนนนนนนน
ล้อเล่นน่ะ แต่ดีใจจนน้ำตาซึม คริคริคริคริ
 
โอเค จริงๆแล้วรูปที่เราชอบที่สุดมันไม่เอาไปว่ะ เอาไปแค่รูปเดียว นอกนั้นก็รูปที่ชอบรองๆลงมา
 
รูปหลังนี่เอาลงยังวะ?
รูปที่สองอ่ะ ชอบมากตอนมันอยู่ในกระดาษ แต่พอสแกนเข้าเครื่องแล้วมันก็เละไปตามสมรรธภาพของเครื่องสแกน เวร เวร เวร
 
 
รูปของเพื่อนพวกแกได้โกอินเตอร์เชียวนะ นะ นะ นะ คริคริคริคริ
May 01

บ่น เรื่องสุขภาพ

จริงๆเมื่อวานก่อนไปดู wolverine เราไปตรวจสุขภาพ เพราะว่าตามใบรายงานตัวเรียน ป.โท เขาบอกว่าต้องมีใบตรวจสุขภาพด้วย เลยลองไปดู กะว่าจะให้หมอเซ็นให้ขำๆ
แต่ไปๆมาๆ มันไม่ขำแฮะ
 
ยังไม่ได้ตรวจละเอียด แต่หมอค่อยข้างกังวลเรื่องกระดูก ช่องท้อง แล้วก็ ... เขาเรียกว่าอะไรหว่า โรคสมาธิสั้น
 
เท่าที่ดูคราวๆ หมอบอกว่า เรามีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อแผ่นหลัง (เหมือนตามที่เขียนในซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย กล้ามเนื้อแผ่นหมูหลังลดราคา - -") ไหล่ แล้วก็กระดูก
เขาบอกว่า มันเป็นปัญหามากในผู้ที่ใช้งานหลังมากเกินไป เช่น การแบกของหนักหรือนั่งท่าเดิมนานๆโดยไม่เปลี่ยนท่า
ซึ่ง เราแบกของหนักและนั่งท่าเดิมนานๆเป็นประจำ
 
นอกจากนี้ เรื่องท้องเสียของเรายังเป็นปัญหา ตามที่ถาม ท้องของเรามันเปราะบางมากเกินไป เสียบ่อยเกินมนุษย์มนา
 
อีกเรื่อง สมาธิสั้น
ไม่ใช่ว่าเป็นโรคจิตอะไร แต่โฟกัสอะไรไม่ได้นานๆ เพราะสมองขาดการพักผ่อน ร่างกายและสายตาอ่อนล้า ซึ่งเราเถียงหมอสุดใจขาดดิ้นว่าหมู่นี้เอาแต่นอนกับนอน หมอก็ถามว่านอนเป็นเวลามั้ย? นอนสบายมั้ย? หรือว่ากังวลเรื่องอะไรมั้ย?
.... นอนไม่เป็นเวลา กังวลเรื่องรายจ่ายและการเรียนโท
หมอก็พยักหน้า แล้วบอกว่า นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเราจะมีอาการเรื้อนรังของภาวะ ... เหม่อลอยและความจำที่ไม่ค่อยคงที่... ซึ่งแปลว่าอะไรก็ไม่รู้
เขาถามว่า เคยนอนหลับน้อยๆติดต่อกันมั้ย? หรือว่าใช้สมองหนักติดต่อกัน หรือว่าเคยเกิดอาการวูบขณะที่ทำกิจกรรมบางอย่างหรือไม่
ซึ่งก็เคย ตอนที่งานเยอะนอนวันละสามชั่วโมงติดกันเป็นเดือนเลย ไม่สิ เป็นปีต่างหาก สมองหนักเพราะเครียด หรืออ่านหนังสือทำรายงานไม่ทัน และวูบ... เคยสองครั้งในรถเมลล์กับตอนเดินๆอยู่ที่มหาลัย
.... แต่นั่นก็นานมาแล้วนะ
หมอบอกว่า ถึงจะนานมาแล้ว แต่เราไม่ได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น พอช่วงนี้มีอาการเครียดขึ้นมาอีก มันก็เลยเกิดอีก...
มันไม่หายไปไหนง่ายๆ ถ้าไม่ระวังตัว เพราะวิถีการดำเนินชีวิตเรามันเครียด.. และก็คิดมาก ฮ่าๆ
ซึ่งบางที เราอาจจะคิดมากเรื่องที่ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ และเริ่มเกลียดมันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ต่อต้าน พอต้องทำมันก็นั่งคิดมากเป็นบ้าไปคนเดียว..มั้ง
 
......หมออยากให้ตรวจดูละเอียด
แต่เราว่า เรากลับไปตรวจที่เชียงใหม่เองดีกว่า
 
.. ไม่คิดว่าโรคตัวเองจะเยอะอย่างนี้
เซ็งเลย
 
ps. แต่ค่าหมอแพงว่ะ แค่นั่งดูๆ ตรวจๆนิดหน่อย .. ยาก็ไม่ได้สั่ง เกือบเหยียบพันแน่ะ
 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
มาเยี่ยมแล้วนะจ๊ะ ไว้จะมาหาบ่อยๆนะ 
Sept. 8
jeerapa makawrote:
เข้ามาแอ่วแล้วนะแก  Happy birthday อีกทีนะ ถ้าแกได้ข้อความก็จะรู้ว่าฉันอวยพรไปทีนึงแล้ว ตกลงแกใช้เบอร์ไหนเนี้ยะ มีความสุขนะแก  ได้ในสิ่งที่อยากได้ เรียนจบพร้อมๆกันนะ พยายามเข้าละ ช้านก็จะพยายามเหมือนกัน เรียนเริ่มหืดขึ้นคอแล้วแก  สุดท้ายนี้ มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่  และที่สำคัญ ช้านก็อยู่ข้างแกเสมอเช่นกัน อาการยังไม่โคม่าแก ไว้จะเล่าให้อ่าน  คิดถึงและรักแกเสมอว่ะ   ^_^
Sept. 4

Video

 
Photo 1 of 21